คำจำกัดความอย่างค่อนข้างที่จะเป็นทางการของคำว่า "การผลิต" หมายความถึง การใช้ปัจจัยเริ่มต้น (เช่น วัตถุดิบ แรงงาน เครื่องจักร ฯลฯ) มาสร้างสินค้าหรือบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่จะได้สินค้าที่มีประโยชน์ตามหน้าที่ใช้สอย มีรูปร่างสวยงามตามความคาดหวัง มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ ทันเวลา และมีระดับราคาที่พึงจ่าย
จะเห็นได้ว่า ด้วยคำจำกัดความข้างต้นนี้ การผลิต จะมีความสำคัญในแง่มุมต่างๆ ที่ค่อนข้างหลากหลายในแง่ของการบริหารจัดการ เพื่อที่จะสร้างสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
ในแง่ของ ปัจจัยนำเข้า (Inputs) ซึ่งได้แก่ ทรัพยากรต่างๆ ขององค์กรที่จะนำมาใช้ในการผลิต ไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ แรงงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ ระบบการจัดการ ข้อมูลข่าวสาร เงินทุน ฯลฯ จะต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของคุณภาพและต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีราคาที่สามารถแข่งขันได้กับคู่แข่งในท้องตลาด
ปัจจัยนำเข้าต่างๆ จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการแปลงสภาพ (Transformation) เพื่อเปลี่ยนสภาพของปัจจัยนำเข้าเพื่อให้กลายเป็น ผลผลิต หรือ สินค้า ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้นกว่าตอนที่อยู่ในสถานภาพเดิมของมัน
ยกตัวอย่างเช่น น้ำปลา ก็ได้ครับ
ปัจจัยนำเข้าในการผลิต น้ำปลา ได้แก่ ปลา น้ำ อาจจะมี เกลือ บ้างเล็กน้อย นำมาหมักรวมกันในส่วนผสมหรือสูตรเด็ดของผู้ผลิตแต่ละราย บรรจุในภาชนะ สภาพการจัดเก็บ และในระยะเวลาตามกรรมวิธีที่กำหนด ปัจจัยนำเข้าเหล่านี้ ก็จะถูกแปลงสภาพให้กลายเป็น ผลผลิต คือ น้ำปลา นำมาบรรจุขวดขายได้
ราคาขายของน้ำ ก็ย่อมต้องสูงกว่าต้นทุนของปัจจัยนำเข้าและกระบวนการแปลงสภาพที่ใช้ไป เพื่อที่จะสร้างกำไรให้กับกิจการ ทำให้กิจการสามารถดำเนินต่อไปได้
การที่จะทำให้สินค้าหรือผลผลิต มีคุณภาพและราคาที่เป็นที่พึงพอใจของลูกค้า จำเป็นที่ผู้บริหารการผลิต จะต้องมีความรู้ความสามารถพื้นฐานในการบริหารการผลิต เพื่อที่จะวางแผน ดูแลการดำเนินการ จัดระบบ และควบคุมให้เป็นไปตามความต้องการหรือวัตถุประสงค์ในการผลิตสินค้าของกิจการ
ความรู้และความสามารถพื้นฐานที่สำคัญในการบริหารจัดการการผลิตสมัยใหม่ที่เถ้าแก่โรงงานควรจะต้องมี ได้แก่
1. ความสามารถในการเลือกกลยุทธ์การผลิตที่เหมาะสม กลยุทธ์การผลิตสามารถแยกแยะออกไปตามระบบการผลิตที่แตกต่างกัน เช่น กลยุทธ์การผลิตจำนวนมาก เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำที่สุด กลยุทธ์การผลิตที่เน้นลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต เช่น กลยุทธ์การผลิตแบบทันเวลาพอดี หรือ Just-in-Time ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทโตโยต้าของญี่ปุ่น ทำให้การบริหารวัตถุดิบและผลผลิตเป็นไปโดยใช้คำสั่งซื้อของลูกค้ามาเป็นจุดเริ่มต้น การผลิตตามคำสั่งซื้อ การผลิตเพื่อรอจำหน่าย การผลิตแบบต่อเนื่อง หรือ การผลิตแบบที่ต้องมีการเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนแบบบ่อยๆ เป็นต้น
2. ความสามารถในการพยากรณ์การผลิต ซึ่งเป็นเรื่องของการประเมินหรือคาดหมายความต้องการในอนาคต ในสภาวะต่างๆ ที่อาจควบคุมได้หรืออาจควบคุมไม่ได้ ความสามารถในการพยากรณ์เชิงปริมาณนี้ จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อเตรียมการให้พร้อมสำหรับการขยายตัวของกิจการในอนาคต เช่น การวางแผนเพิ่มกำลังการผลิต การวางแผนกำลังคน หรือ การวางแผนความต้องการวัตถุดิบและแหล่งวัตถุดิบ เป็นต้น
การฝึกให้มองเหตุการณ์ไปข้างหน้า การทำนายหรือพยากรณ์ทิศทางของอนาคต การสร้างวิสัยทัศน์ จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกิจการการผลิตของเราให้ต่อสู้และเอาชนะเหนือคู่แข่งได้ในระยะยาว
3. ความสามารถในการวางแผนการผลิต การวางแผนการผลิต จะต้องทำในหลายระดับ ทั้งในด้านของการวางแผนระยะยาวหรือแผนกลยุทธ์ การวางแผนการผลิตโดยรวมที่เน้นการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการผลิตให้ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการวางแผนการผลิตในระดับรายละเอียด เช่น แผนการผลิตรายสัปดาห์ หรือ รายวัน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสื่อความเข้าใจให้เกิดความเข้าใจที่สอดคล้องตรงกันของพนักงานในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือ พนักงานในระดับปฏิบัติการ
ในปัจจุบัน ความสามารถในการวางแผนการผลิต จะรวมไปถึงความสามารถในการวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าของการใช้ผู้รับเหมาช่วงจากภายนอกเข้ามาเสริมหรือทดแทนกำลังการผลิตภายใน เพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตในระดับที่ต้องการ โดยมีต้นทุนรวมต่ำที่สุดอีกด้วย
4. ความสามารถในการบริหารวัสดุและสินค้าคงคลัง โดยปกติแล้ว วัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิต จะเป็นต้นทุนส่วนใหญ่ของการผลิต ดังนั้น การบริหารจัดการวัสดุคงคลังที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้ไม่เกิดสภาวะเงินจมไปกับของคงคลังโดยไม่จำเป็น
หรือแม้ว่าจะผลิตสินค้าเป็นผลผลิตสุดท้ายแล้ว แต่ขาดการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดสภาวะเงินจมที่รุนแรงกว่า เพราะสินค้าสำเร็จพร้อมจำหน่าย จะต้องแบกต้นทุนของทั้งวัตถุดิบ แรงงาน ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ใช้ในการผลิตรวมอยู่ในตัวของมันด้วย
นอกจากนี้ หากการจัดเก็บหรือการขนย้ายวัสดุและสินค้าเป็นไปอย่างไม่ระมัดระวัง ก็อาจเกิดความเสียหายต่อวัตถุดิบหรือตัวสินค้า กลายเป็นความสูญเสียที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย
5. ความสามารถในการเลือกทำเลที่ตั้ง การเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานที่จะใช้เป็นสถานที่ทำการผลิต เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในระยะยาวที่ต้องวางแผนไว้อย่างดี การก่อสร้างโรงงานขึ้นแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะรื้อถอนเพื่อโยกย้ายโรงงานไปยังทำเลใหม่โดยง่าย การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานที่ไม่เหมาะสม จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดต้นทุนที่ตามมาอีกมากมาย เช่น ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน เป็นต้น
ความสามารถเกี่ยวกับทักษะการเลือกทำเลที่ตั้ง ยังอาจนำมาใช้ในการออกแบบ วางผังโรงงาน เพื่อให้สายงานการผลิต เดินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด งานจะสามารถไหลได้อย่างคล่องตัว มีความสูญเสียน้อย ตรวจสอบ และติดตามงานได้โดยง่าย
6. ความสามารถในการบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ หากเครื่องจักรเกิดการขัดข้องเสียหาย ก็จะทำให้กระบวนการผลิตเกิดความเสียหายตามมา ดังนั้น การบำรุงรักษาเครื่องจักรเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องจักรเสียหายในระหว่างการผลิต จะต้องทำอย่างเป็นระบบ โดยต้องคำนึงถึงต้นทุนของการซ่อมบำรุงอีกด้วย
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการบำรุงรักษาทวีผลแบบที่ทุกคนมีส่วนร่วม (Total Productive Maintenance) หรือ TPM ได้รับความนิยมแพร่หลาย เนื่องจากเป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพสูงเมื่อเทียบกับต้นทุนที่ต้องใช้ไป
จะเห็นได้ว่า เถ้าแก่โรงงาน จำเป็นที่จะต้องพัฒนาตัวเองให้พร้อมในศาสตร์ต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา ครับ!!!