นักการตลาด-ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกชี้แนวโน้มใหม่การตลาด เทรดแฟร์-โฮม เดลิเวอรี่ แพ็คเกจ สินค้าและบริการเพื่อสุขภาพปี 2550 มาแรง เผยผู้บริโภคลดความหลากหลายหันซื้อยี่ห้อเดียว ระบุแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงผู้หญิง คนสูงวัย มีอำนาจตัดสินใจซื้อมากขึ้น
สมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย สมาคมการขายตรงแห่งประเทศไทย และสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดสัมมนาหัวข้อ "INSPIRATION the unwritten rule of success" เพื่อหาแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในปี2550
นายภาณุอิงคะวัต ผู้อำนวยการ บริษัท เกรย์ฮาวด์ จำกัด กล่าวว่า โลกธุรกิจมีแนวโน้มที่น่าจับตาประกอบด้วย 1.การทำธุรกิจจะเกิดแนวโน้มการรวมตัวของบริษัทต่างๆ ก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ คือ "เทรดแฟร์" กลายเป็นศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนแนวคิดวัฒนธรรม 2.การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นและระหว่างประเทศ หรือมุมมองใหม่ๆ ทางด้านการตลาด 3.การบริโภคจะอยู่บนพื้นฐานอารมณ์ ที่ยอมจ่ายเพื่อซื้อความสุขและหลีกหนีความสับสนวุ่นวาย
4.การนำประสบการณ์ส่วนตัวมาย่อยขยาย ทำให้เห็นบุคลิกภาพที่หลากหลายของผู้บริโภคมากขึ้น เช่น การผสมผสานระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก การกลับสู่อดีตและธรรมชาติมากขึ้น การนำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับชีวิตประจำวัน 5.คำว่า "ไลฟ์สไตล์" จะถูกแทนที่ด้วย"ไลฟ์" ผู้บริโภคทำกิจกรรมในบ้านมากขึ้นนำไปสู่ธุรกิจใหม่ เช่น โฮมเดลิเวอรี่ แพ็คเกจ เช่นธุรกิจพิซซ่ากับศูนย์เช่าวิดีโอ และ 6.การหาความสะดวกสบายจากการบริการรูปแบบใหม่ เช่น ร้านสตาร์บัคส์ ที่แม้จะเป็นร้านกาแฟ แต่ทำให้ลูกค้าผ่อนคลายได้
นายแอนดรูแม็คบีน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภายใน 5 ปี เทคโนโลยีจะมีบทบาทเพื่อการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น จากเดิมที่เน้นผ่านสื่อวงกว้าง (mass) เท่านั้น นอกจากนี้การตลาดแบบออนไลน์จะมีบทบาทมากขึ้น เห็นได้จากรายได้จากการโฆษณาที่ปัจจุบันมีมูลค่า 520 พันล้านเหรียญสหรัฐ (19 ล้านล้านบาท)
ชี้ก้าวสู่สังคมผู้หญิง-สูงอายุ
ด้านนางสาวดารณีเจริญรัชต์ภาคย์ นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2550 จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น 7 ประการ คือ 1.อำนาจของผู้หญิงและการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีมากขึ้น เพราะหญิงโสดที่มีการศึกษาสูงจะมีมากขึ้น แต่งงานช้าลง ทำให้สินค้าที่มุ่งตอบสนองผู้หญิงทำงานหาเลี้ยงตนเองและตอบสนองความก้าวหน้าในการงานมีทิศทางที่ดี ขณะที่สินค้าที่เคยอาศัยการตัดสินใจของผู้ชาย ก็จะหันมาทำตลาดกับกลุ่มผู้หญิงมากขึ้น เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม เสื้อผ้า เครื่องมือ ธุรกิจซ่อมบ้านและรถยนต์ และสินค้าเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์
การที่ผู้สูงอายุ(60 ปีขึ้นไป) จะเพิ่มจาก 6 ล้านคนในปีนี้ เป็น 13.2 ล้านคน ในปี 2568 และ 22.3 ล้านคน ในปี 2593 ทำให้สินค้าเช่น ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี เพื่อชะลอความแก่, รักษาสุขภาพ,โรงพยาบาล,ประกันสังคมสำหรับผู้สูงอายุ,ที่ปรึกษาการเงินและกิจกรรมสันทนาการ มีแนวโน้มขยายตัว
2.การรับมือกับความซับซ้อน ความวุ่นวายในชีวิตและสังคม ทำให้ผู้บริโภคกลั่นกรองตัวเลือกมากขึ้น เช่น เลือกสินค้าที่มั่นใจเพียงยี่ห้อเดียว, การบอกต่อจากคนรอบข้างมีความสำคัญมากขึ้น, ขณะที่เจ้าของสินค้าก็จะปรับตัวเพื่อเพิ่มความสะดวกเช่น การจัดมุมสินค้าใหม่ สินค้าขายดี รวมถึงสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น
3. รูปแบบและการออกแบบ (style&design) จะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งอาจมีการผสานวัฒนธรรมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือร่วมกับพันธมิตรมืออาชีพเพื่อช่วยสร้างแบรนด์ 4.การแสดงตัวตนและค้นหาตัวเองของผู้บริโภคเป็นกระแสที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพื่อสร้างความแตกต่างผ่านผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับการสร้างสรรค์การบริการ เช่น ท่องเที่ยว โรงแรม
5.การเรียกร้องสังคมให้แสดงจริยธรรมและความรับผิดชอบมากขึ้น เช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิ ทำให้ทุกสังคมห่วงใยอนาคตของโลก ประชาชนเห็นความสำคัญของการให้และบริจาค ส่งผลให้องค์กรต่างๆ ใช้กลยุทธ์เพื่อสังคมมาผลักดันองค์กรควบคู่กับการหารายได้ในระยะยาว แต่ทั้งนี้องค์กรต่างๆ ต้องทำให้กิจกรรมเพื่อสังคมและนโยบายบริษัทให้สอดคล้องกันมากที่สุด
6.การหาความสมดุล ซึ่งแนวโน้มนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศปีนี้ โดยนักธุรกิจสนใจที่จะผสานกันระหว่างทุนนิยมและเศรษฐกิจพอเพียง, โลกตะวันตกกับความเป็นไทย, การแสวงหากำไรและความรับผิดชอบต่อสังคม และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วกับการเติบโตแบบมีความสุขยั่งยืน
7.ความฝันใฝ่เรื่องความสุขและความสมบูรณ์ของชีวิต ยังถือเป็นเป้าหมายสูงสุด ทำให้สินค้ากลุ่มการท่องเที่ยว,บันเทิง,สุขภาพและผลิตภัณฑ์ลดความเครียด มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี