ก่อนอื่นผมขอสวัสดีปีใหม่แด่ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ เนื่องจากวันนี้ เป็นคอลัมน์มุมเอกฉบับแรกของปีหมู ผมเลยขอใช้โอกาสนี้นำเสนอแนวทางในการวิเคราะห์เศรษฐกิจแบบหมูๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่าน (ที่แม้จะไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์) สามารถใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีหมูได้ด้วยตนเอง
แนวทางการวิเคราะห์เศรษฐกิจแบบง่ายๆ นี้ ผมใช้ชื่อว่า "หมูมองเครื่องบิน" เพราะผมจะเปรียบเทียบการวิเคราะห์เศรษฐกิจเหมือนกับการวิเคราะห์เครื่องบิน หากเราต้องการวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะดีขึ้นหรือแย่ลง ก็เปรียบเสมือนกับการวิเคราะห์ว่าเครื่องบินจะบินได้สูงหรือต่ำ เพราะฉะนั้น นักวิเคราะห์ต้องเริ่มจากทำตัวเป็นวิศวกรมาตรวจเช็คเครื่องยนต์ของเครื่องบินดูก่อนว่าเป็นอย่างไร
ตามมาตรฐานนานาชาติแล้ว เครื่องบินจะประกอบด้วย 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ 1. เครื่องยนต์การบริโภคภาคเอกชน โดยยิ่งถ้าผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยมาก เครื่องยนต์นี้ก็จะทำงานได้ดี 2. เครื่องยนต์การลงทุนภาคเอกชน โดยถ้าภาคเอกชนเร่งลงทุน เครื่องยนต์นี้ก็จะทำงานดีเช่นกัน 3. เครื่องยนต์การใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเครื่องยนต์นี้จะวิ่งฉิวได้ ถ้าภาครัฐเร่งใช้จ่ายมากขึ้น และ 4. เครื่องยนต์การใช้จ่ายจากต่างประเทศ (Export) ซึ่งมาจากการใช้จ่ายของชาวต่างชาติที่มาซื้อสินค้าและบริการของไทย
อย่างไรก็ตาม ในทางตรงข้าม หากคนไทยเรานำเข้าสินค้าและบริการ (Import) จากต่างชาติเยอะ เครื่องยนต์ทั้ง 4 นี้จะถูกฉุดไว้ไม่ให้ทำงานได้เต็มที่ (เครื่องยนต์ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ นักเศรษฐศาสตร์ทุกคน จะรู้จักกันในสมการ GDP=C+I+G+X-M)
แม้ว่าเครื่องบินเศรษฐกิจไทยจะมี 4 เครื่องยนต์ดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เครื่องยนต์ทุกๆ เครื่อง จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในสัดส่วนที่เท่ากัน เพราะแต่ละเครื่องยนต์มีขนาดหรือแรงม้าไม่เท่ากัน สำหรับโครงสร้างเครื่องบินเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันนี้ เครื่องยนต์การส่งออกสินค้าและบริการ มีแรงม้าเยอะที่สุดประมาณ 67% ของกำลังขับเคลื่อนทั้งหมด
รองลงมาก็จะเป็นเครื่องยนต์การบริโภคภาคเอกชน ที่มีแรงม้าประมาณ 55% ส่วนเครื่องยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 และอันดับ 4 ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งมีแรงม้าประมาณ 18% และ 15% ตามลำดับ ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งแปลกใจนะครับ หากรวมแรงม้าทั้งหมดแล้วเกิน 100% เพราะตามปกติเครื่องยนต์เหล่านี้ จะไม่สามารถทำงานเต็มกำลังได้ เพราะแต่ละเครื่องยนต์จะถูกฉุดด้วยการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
ในการวิเคราะห์เครื่องบินเศรษฐกิจไทยนี้ นอกจากท่านจะเข้าใจเครื่องยนต์และน้ำหนักของเครื่องยนต์แต่ละส่วนแล้ว ท่านก็ต้องเข้าใจด้วยว่าเครื่องยนต์ต่างๆ จะทำงานได้ดีต้องมีน้ำมันหล่อลื่นด้วย หากมีน้ำมันหล่อลื่นดี ก็จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เรียบไม่ติดขัด แต่หากน้ำมันหล่อลื่นไม่ดีหรือไม่พอ เครื่องยนต์ก็อาจจะกระตุก หรือทำให้เครื่องบินตกหลุมอากาศได้
จริงๆ แล้ว น้ำมันหล่อลื่นนี้ ก็คือ สินเชื่อผ่านระบบการเงินที่เป็นน้ำมันในการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจนั่นเอง หากระบบสถาบันการเงินเข้มแข็งคอยหยอดน้ำมันหล่อลื่นในอัตราส่วนที่เหมาะสมให้กับเครื่องยนต์ทั้ง 4 ก็จะช่วยให้เครื่องบินเศรษฐกิจไทยบินได้อย่างนุ่มนวลเหมือนลอยอยู่บนผ้าไหม ตามโฆษณาของการบินไทย Smooth as silk
ตอนนี้มาลองใช้วิธี "หมูมองเครื่องบิน" นี้ มาวิเคราะห์เศรษฐกิจปีหมูกันดีกว่าครับ เราก็ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ตรวจเช็คเครื่องยนต์ทั้ง 4 ว่าเป็นอย่างไร เริ่มจากเครื่องยนต์แรก คือ เครื่องยนต์การส่งออกสินค้าและบริการ ซึ่งมีสัดส่วนใหญ่ที่สุด ผมคิดว่าการส่งออกของเราในปีหมูนี้ ไม่น่าจะขยายตัวได้ดีเหมือนปีก่อน เพราะเศรษฐกิจโลกในปีนี้น่าจะขยายตัวชะลอลง ในขณะที่ค่าเงินบาทก็ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น
ถ้าเครื่องยนต์ส่งออกซึ่งใหญ่ที่สุดเริ่มทำงานลดลง เครื่องบินเศรษฐกิจไทยในปีหมูนี้ จะบินได้สูงหรือต่ำ คงจะต้องพึ่งพาเครื่องยนต์การใช้จ่ายในประเทศทั้งการบริโภคการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนเป็นหลัก สำหรับในปีนี้ ผมมองว่าเครื่องยนต์การใช้จ่ายภาครัฐน่าจะทำงานได้ดีขึ้น เพราะในปีก่อน เครื่องยนต์นี้มีปัญหาต้องหยุดทำงานไปบางส่วน เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง ที่ส่งผลให้อนุมัติงบประมาณล่าช้าไป 3 เดือน แต่ตอนนี้เครื่องยนต์นี้ได้เริ่มกลับมาทำงานใหม่แล้ว หลังจากที่สภาอนุมัติงบปี 2550 ไปเมื่อสิ้นปีก่อน
ดังนั้น ในปีนี้ เครื่องยนต์ภาครัฐคงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง แต่อย่าไปหวังมากนะครับ เพราะแรงม้าของเครื่องยนต์นี้ มีแค่ 15% เท่านั้นเอง
สำหรับเครื่องยนต์ที่เหลือ ได้แก่ การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ตอนนี้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงครับ เมื่อช่วงปลายปีก่อน ผมมองว่าเครื่องยนต์การใช้จ่ายภาคเอกชนน่าจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ จากทิศทางดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มลดลง รวมทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น แต่บัดนี้ผมชักไม่แน่ใจแล้วครับ เพราะความเชื่อมั่นที่เคยดีขึ้นมา 2-3 เดือน ตอนนี้ก็ปรับตัวลดลง ในขณะที่ดอกเบี้ยที่ควรจะลดลงตั้งแต่ปลายปีก่อนแล้ว แบงก์ชาติก็ดื้อไม่ยอมลด แถมกลับออกมาตรการที่ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นไปอีก
ประกอบกับช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นต่างๆ ก็ถูกบั่นทอนไปด้วยระเบิดตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ นอกจากนั้น เมื่อเครื่องยนต์หลักๆ ยังไม่ทำงานเต็มที่ สถาบันการเงินต่างๆ ก็คงจะหยอดน้ำมันเครื่องหรือสินเชื่อต่างๆ น้อยลงตามไปด้วย เพราะหากหยอดน้ำมันมากไปในช่วงที่เครื่องยนต์ไม่พร้อม อาจทำให้เครื่องยนต์พัง กลายเป็นปัญหาหนี้เสีย NPL เหมือนในอดีตได้อีก
โดยสรุปผมมองว่า เครื่องบินเศรษฐกิจไทยในปีหมูนี้ อาจจะไม่ได้บินสูง เป็นปี "หมูทอง" อย่างที่หลายๆ คนคิด และก็คงไม่ถึงกับจะเป็นปี "หมูไฟ" หรือบินโหม่งโลกเหมือนในช่วงวิกฤติในปี 2540 แต่ผมมองว่าเครื่องบินเศรษฐกิจไทยปีนี้คงมีหวาดเสียว โฉบเฉี่ยวขึ้นลง ตามสภาพลมฟ้าอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวนมากในปีนี้
ดังนั้น ในปีหมูนี้ท่านผู้อ่านทั้งหลายควรเตรียมความพร้อมสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองไว้อยู่เสมอตามหลักข้อหนึ่งของปรัชญาเศรษฐกิจของพอเพียงนะครับ และอย่าลืมคอยตรวจเช็คเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยอยู่เสมอ จะได้วิเคราะห์และวางแผนรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง สวัสดีครับ