ตอน "เครื่องชี้วัดภาวะเศรษฐกิจ"
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะขออธิบายวิธีการวิเคราะห์เศรษฐกิจแบบหมูๆ ต่อจากตอนที่แล้ว ซึ่งเปรียบการวิเคราะห์เศรษฐกิจเหมือนกับการวิเคราะห์เครื่องบิน โดยเครื่องบินเศรษฐกิจนี้ ประกอบด้วย 4 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์การบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐ และการส่งออกสุทธิ ดังนั้น หากเครื่องยนต์ทั้ง 4 ทำงานได้ดี เครื่องบินก็จะบินได้ไกล เหมือนกับเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดี
จริงๆ แล้ว การวิเคราะห์เครื่องบินที่ผมกล่าวมานั้น ก็คือ การวิเคราะห์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product) หรือที่ทุกคนเรียกกันง่ายๆ ว่า GDP โดยวิศวกรที่ถูกมอบหมายอย่างเป็นทางการ ให้เป็นคนคอยวัดเครื่องบิน GDP และตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์ทั้ง 4 ก็คือ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ ที่พวกเราเรียกกันย่อๆ ว่า "สภาพัฒน์"
อย่างไรก็ตาม การคำนวณ GDP ในแต่ละครั้งนั้น ไม่ได้ทำง่ายๆ นะครับ เพราะจะต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายแห่งและต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้น ความถี่ในการวัด GDP จึงทำกันเป็นรายไตรมาสหรือรายปี ไม่ใช่รายเดือนหรือรายวัน สำหรับในกรณีของประเทศไทย เราวัด GDP เป็นรายไตรมาสและรายปี โดยข้อมูล GDP รายไตรมาส มีความล่าช้ากว่าปัจจุบันประมาณ 2 เดือน (เหมือนกับข้อมูล GDP ในประเทศอื่นที่จะมีความล่าช้าประมาณ 1-3 เดือน) เช่น
ข้อมูล GDP ในไตรมาสสี่ของปี 2549 กว่าจะรวบรวมเสร็จก็ประมาณต้นเดือนมีนาคม 2550 เพราะฉะนั้น ข้อมูล GDP จึงเป็นข้อมูลเศรษฐกิจที่มีลักษณะตามหลังภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น (Lagging Indicator)
คราวนี้ ลองมาคิดดูซิครับ ถ้าท่านเป็นผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดมาวางแผนธุรกิจในระยะต่อไป แต่ต้องรอข้อมูลไปอีก 2-3 เดือน ท่านอาจจะพลาดโอกาสในการทำธุรกิจที่สำคัญไปก็ได้ ตรงนี้แหละครับ ที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องหาข้อมูลเครื่องชี้วัดภาวะเศรษฐกิจที่มาช่วยบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นอย่างไร จะได้วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและทันสถานการณ์ จะได้วางแผนธุรกิจได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้เกาะติดสถานการณ์ได้ทันกาล นักวิชาการทั้งหลาย จึงได้พัฒนาเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจ (Economic Indicator) ซึ่งมีทั้งแบบ เครื่องชี้เศรษฐกิจแบบพ้อง (Coincident Economic Indicator) ที่บ่งชี้ภาวะปัจจุบันของเศรษฐกิจ และ เครื่องชี้นำภาวะเศรษฐกิจ (Leading Economic Indicator) ที่บ่งชี้แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในอนาคต
ในกรณีของประเทศไทย ปัจจุบันมีหน่วยงานต่างๆ จัดทำข้อมูลเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจหลายแห่ง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งข้อมูลเศรษฐกิจที่จัดทำส่วนใหญ่จะมาจากข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ เช่น
ข้อมูลเครื่องชี้เศรษฐกิจของธปท. เน้นข้อมูลภาคการเงิน และดุลการชำระเงิน ส่วนข้อมูลเครื่องชี้เศรษฐกิจของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะเน้นที่ข้อมูลการคลัง เช่น รายได้และรายจ่ายของภาครัฐ ในขณะที่ข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ก็มาจากข้อมูลภาคเกษตรกรรม เช่น ผลผลิตและราคาสินค้าเกษตร ส่วนข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม จะเน้นข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรม เช่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ จะมีจุดเด่นที่ข้อมูลด้านราคาสินค้า
ท่านทั้งหลายอาจจะเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมต้องมีเครื่องชี้วัดหลายตัว คำตอบก็คือ ในการประเมินภาพเศรษฐกิจโดยใช้เครื่องชี้วัดภาวะเศรษฐกิจที่วิเคราะห์จากเครื่องชี้เศรษฐกิจเพียงไม่กี่ตัว อาจจะทำให้การประเมินภาพเศรษฐกิจที่ผิดพลาดได้ เพราะอย่าลืมนะครับว่า เรากำลังเอาเครื่องชี้ที่เป็นจิ๊กซอว์เล็กๆ แต่ละชิ้นไปประกอบเป็นภาพใหญ่ ดังนั้น ยิ่งถ้าเราได้จิ๊กซอว์มากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งจะทำให้เราเห็นภาพใหญ่ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ ในการนำข้อมูลเครื่องชี้ของหน่วยงานต่างๆ มาประกอบกัน จะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างเครื่องชี้ต่างๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น ในการพิจารณาเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชน ข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจัดเก็บบนฐานการบริโภคทั้งหลาย จะสามารถบ่งชี้ให้เห็นการบริโภคในภาพรวม ในขณะที่ข้อมูลสินเชื่ออุปโภคและบริโภคของสถาบันการเงินจะบ่งบอกถึงแหล่งที่มาของเงินที่นำมาใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งหากตัวเลขทั้งสองแหล่งขยายไปในทิศทางเดียวกัน ท่านก็อาจจะอนุมานได้ว่าหนี้ภาคครัวเรือนน่าจะเพิ่มขึ้น เพราะคนขอสินเชื่อมาใช้จับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น
เสียดายที่เนื้อที่ในฉบับนี้หมดซะแล้ว จริงๆ แล้ว ผมอยากจะอธิบายการจัดทำเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจจากข้อมูลต่างๆ เป็นรายละเอียดกว่านี้ ทั้งการบริโภค การลงทุน และการผลิตในสาขาต่างๆ ผมคงต้องขอเลื่อนไปอธิบายเครื่องชี้ต่างๆ ในโอกาสหน้าแล้วกันนะครับ
แต่หากใครใจร้อน อยากจะรับทราบแนวทางการจัดทำเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจ ผมขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์งานสัมมนาวิชาการของ สศค. เรื่อง การจัดทำเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจจากข้อมูลภาษี โดย สศค.จะนำเสนอผลการวิจัยที่ได้นำฐานข้อมูลภาษีของกรมสรรพากร ที่จัดเก็บได้จากภาคเศรษฐกิจต่างๆ มาวัดสะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรายละเอียด ทั้งรายสาขาการผลิต และตามประเภทของการใช้จ่าย